วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

งานนี้ไอ้โม่งได้ 3 เด้ง ฟ้องสมเด็จฯวัดปากน้ำ 2 ข้อหา

                  เห็นข่าวดีเอสไอแจ้งข้อหา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ครอบครองรถไม่เสียภาษี 
และอีกข้อหาหนึ่ง แจ้งข้อความเอกสารอันเป็นเท็จต่อราชการ


สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

                 ตกลงว่าจะเอากันอย่างนี้เลยหรือ  ทำไมเหยียบย่ำใจชาวพุทธกันขนาดนี้เลยหรือ  
    ยัดข้อกล่าวหากับผู้นำสงฆ์ในศาสนาพุธขนาดนี้เชียวหรือ  ไม่ให้เกียรติผู้นำสงฆ์ของชาวพุทธ
    ขนาดนี้เลยเชียวหรือ 

                 เทียบกับบผู้นำศาสนาอื่น แค่เดินทางผ่านสนามบินเข้าเครื่องแสกนตรวจค้นร่างกาย
ตามปกติขั้นตอนรักษาความปลอดภัย โวยวายกันจะเป็นจะตาย ต้องถึงกับออกไปกราบขอขมา 
ขอโทษขอโพยกันทีเดียว


บิ๊ก ทอท. เข้าขอขมา จุฬาราชมนตรี


                  แต่กับพระผู้ใหญ่ว่าที่สังฆราชกลับยัดเยียด ให้เป็นผู้ต้องหา  จะต้องให้ไปปั๊มนิ้วมือ
เป็นผู้เต้องหาเลยเชียวหรือ  
                 คดีซากรถโบราณ ความผิดมันอยู่ที่ อู่ และการจดประกอบที่ทางอู่ ไปเดินเรื่องเอกสาร
กับทางราชการ  จนได้เอกสารยืนยันจากทางราชการ ว่ารถนี้ถูกต้องตามกฏหมาย  


ดีเอสไอ แจ้ง 2 ข้อหา สมเด็จวัดปากนำ้

                 และทางราชการก็ออกเอกสารให้  โดยที่น่าจะรู้ว่าที่มาของการขอเอกสารจดประกอบ   
ไม่ถูกต้องเพราะสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว   แต่

       เจ้าหน้าที่ออกเอกสารไม่มีใครผิดเลย  แต่ทำไมสมเด็จวัดปากน้ำผิดซะงั้น 

ชาวบ้านฝากถามมาถึง ดีเอสไอ ว่า

มันตั้งใจยัดข้อหากันหรือเปล่า  หรือต้องการหยุดยั้งการตั้งสังฆราชกันแน่?



งานนี้ ไอ้โม่งที่ชักใยเบื้องหลัง กะเล่นถึง สามเด้ง กันทีเดียวครับ 

                 เด้งแรกถ้าเอาสมเด็จวัดปากน้ำไปพิมพ์นิ้วมือเป็นผู้ต้องหาได้  เป็นอันว่าชวดตำแหน่ง
พระสังฆราชแน่นอนครับ  อย่าลืมท่านอายุ 90 กว่าแล้วนะครับ เป็นข้ออ้างได้เลยว่ามีคดีความอยู่ 
แต่ถ้าเป็นผู้นำศาสนาอื่นก็ไม่รู้ว่าดีเอสไอจะปฏิบัติอย่างนี้หรือไม่

                  เด้งที่สอง ถ้าเด้งแรกสำเร็จ  วัดพระธรรมกายเห็นใหม?  ขนาดพระระดับสมเด็จยังต้องมอบตัว  ต้องมาพิมพ์ลายนิ้วมือดังนั้น  พระธัมมชโยต้องออกมามอบตัวถ้าไม่มา   เป็นเหตุผลให้สามารถใช้ ม.44 แบบสมเหตุสมผล ธรรมกายเสร็จแน่

                   เด้งที่สาม วัดกำลังคณะสงฆ์ไทยกันเลยทีเดียวว่า ขนาดพระระดับสมเด็จ   ที่มีตำแหน่งว่าที่พระสังฆราช  ยังเล่นงานได้ซะราบคาบแล้ว  คณะสงฆ์ไทยที่เหลือไม่รอดแน่


    เดิมพันนี้ต้องถามคณะสงฆ์และชาวพุธกันละครับว่า 
                        


                                 จะยอมให้เขาลุย หรือจะออกมา  
                 แสดงพลังของชาวพุทธ  เพื่อปกป้องพระศาสนา


       

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เหยียบจมูกพญาราชสีห์แห่งแจ้งวัฒนะถึงในถ้ำ

27มิย. 2559

         วันที่พุทธะอิสระ ต้องเสียหน้าอย่างมาก   หลังจากที่ตอนเช้าพาพรรคพวกเข้าแจ้งความเอาผิดร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยนุศิษย์วัดพระธรรมกาย และคณะศิษย์ รวม 3 เรื่อง ได้แก่
เรื่องที่หนึ่ง หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ใส่ร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีพาดพิงถึงการดำเนินคดีของดีเอสไอกับพระพุทธะอิสระ.....   ที่ สภอ. คลองหลวง


          และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทนายความประสิทธิ์ ตัวแทนวัดพระธรรมกายได้เดินทาง ไปยังวัดอ้อน้อย จ. นครปฐม วัดที่พุทธะอิสระอาศัยอยู่ เพื่อยื่นหนังสือแก่เจ้าอาวาส ให้ตรวจสอบอาบัติปราชิกแก่พุทธะอิสระ
          ท่ามกลางความคาดไม่ถึง ที่ฝั่งตรงข้ามจะสวนหมัดกลับแบบถึงกับจุก  และบุกมาถึงในถำ้  การตั้งรับทีมทนายและลูกศิษย์วัดกลุ่มใหญ่  จึงไม่ค่อยเป็นขบวนมีการด่าทอกลุ่มศิษย์วัดพระธรรมกาย มีการขว้างปาขวดนำ้ใส่กลุ่มธรรมกาย



          ในที่สุดท่ามกลางการอารักขาของตำรวจและทหารพุทธะอิสระ ยอมให้ตัวแทนทนายจำนวน5คนเข้าเจรจาในวัดหลังจากปิดประตูวัดไม่ให้เข้านานนับชั่วโมง


            คำตอบจากพุทธะอิสระคือ เจ้าอาวาสเข้ากรรมฐานไม่รู้จะออกเมื่อใหร่ ให้ฝากหนังสือไว้กับตนเอง พร้อมสอบทนายและออกอารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัด



             ทนายแจ้งว่าฝากเอกสารไม่ได้เพราะท่านไม่ใช่พระสังฆาธิการผู้ปกครอง  อีกทั้งยังเป็นผู้ถูกกล่าวหาอีกด้วย หลักจากถูกซักฟอกและเจรจาพักใหญ่  ทนายไม่อยู่รอเจ้าอาวาสออกจากกรรมฐาน  ขอเดินทางกลับก่อนเกรงว่าจะมืด   จนท. ตำรวจและทหารที่ดูแลความปลอดภัยให้  เกรงว่าอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงและควบคุมไม่ได้ ถ้าปล่อยเวลาให้มึดค่ำ
             ท่ามกลางลูกศิษย์พุทธะอิสระที่ดูเหมือนจะทะยอยมาสมทบเรื่อยๆหลังจากทราบข่าว  การถูกบุกเหยียบจมูกถึงในถ้ำ
             

                      งานนี้สร้างความเสียหน้าให้แก่พญาราชสีห์แห่งแจ้งวัฒนะเป็นอย่างมาก

ที่มาคดีวัดพระธรรมกาย

คดีวัดพระธรรมกาย เป็นมาอย่างไร ?







วันที่ 21 มิถุนายน 2556 DSI ได้ตั้งข้อหาคุณศุภชัย ร่วมกันยักยอกทรัพย์

มีมูลค่าความเสียหาย จำนวน 13,334.15 ล้านบาท  และ ได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 
146/2556 คดีพิเศษที่ 146/2556 ข้อหา กรณีสั่งจ่ายเช็ค เอาเงินออกจากสหกรณ์
และยักยอกทรัพย์

ผู้ต้องหา คือ คุณศุภชัย ศรีศุภอักษร
พยาน      คือ พระเทพญาณมหามุนี
ในคดีนี้ หลวงพ่อเป็น "พยาน"

                        13 พฤศจิกายน 2558 DSI ส่งสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติม
ในคดี 146/2556 ทั้งหมดไปให้อัยการ โดยมีพยานหลักฐานในคดีประกอบ
ด้วยเช็คจำนวน 878 ฉบับ ในจำนวนนี้เป็นเช็คที่เกี่ยวข้องกับพระเทพ
ญาณมหามุนี จำนวน10 ฉบับ  ยอดเงิน 387,160,000 บาท  โดย DSI เสนอ
ฟ้องหลวงพ่อเป็นผู้ต้องหาร่วมกับคุณศุภชัย !!!

                DSI ต้องการให้หลวงพ่อเป็นผู้ต้องหา แต่แล้วอัยการสั่งให้ฟ้องเฉพาะ
คุณศุภชัยกับผู้ต้องหาอื่น ไม่ได้สั่งฟ้องหลวงพ่อด้วย !สำหรับผู้ที่รับเช็คสหกรณ์ฯ
(รวมถึงหลวงพ่อ) อัยการมีคำสั่งว่า หาก DSI สามารถหาพยานหลักฐานมาเอาผิด
เพิ่มเติมได้  ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป   ซึ่งหมายถึงส่ง
พยานหลักฐานนั้นมาที่อัยการเพื่อให้อัยการพิจารณาต่อไป

สรุปว่า คดี 146/2556 หลวงพ่อเป็นพยาน 
และหากมีหลักฐานเพิ่มเติมให้ DSI นำส่งอัยการ นั่นคือ หลวงพ่อไม่เกี่ยว  !!!!



                      DSI  ตั้งคดีพิเศษที่ 27/2559  ข้อหา ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร
 ผู้ต้องห พระเทพญาณมหามุนีคุณศุภชัย ศรีศุภอักษรคุณศศิธร โชคประสิทธิ์ ฯ
และ  ผู้กล่าวโทษ คือ นายธรรมนูญ อัตโชติ สหกรณ์ไม่ติดใจคดีทั้งทางแพ่งและ
อาญาเหตุใด DSI จึงติดใจแทนสหกรณ์  เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณศุภชัยและสหกรณ์ 
หลวงพ่อไม่เกี่ยว และศิษย์วัดก็ได้เยียวยาเงินให้สหกรณ์ไปทั้งหมดแล้ว ศิษย์วัดเป็น
กลุ่มเดียวที่เยียวยาสหกรณ์ สหกรณ์สามารถคืนเงินก้อนแรกให้สมาชิกสหกรณ์ได้ก็
เพราะเงินจากศิษย์วัด

DSIออกแถลงข่าวเตรียมตั้งข้อกล่าวหาและออกหมายเรียกหลวงพ่อในฐานะผู้
ต้องหา 18 ก.พ. 2559 ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากหลวงพ่อ ได้ส่งหนังสือไป
สอบถามอัยการว่า DSI มีสิทธิ์ที่จะแยกเรื่องหลวงพ่อเป็นอีกคดีหนึ่งหรือไม่ ?



ในวันเดียวกัน อัยการตอบมาว่า ไม่สามารถแยกข้อหาเป็นอีกคดีหนึ่งได้ ทนายวัด
 จึงทำหนังสือชี้แจงคำตอบของอัยการไปแจ้งที่ DSI ว่า DSI ไม่มีสิทธิ์ตั้งคดีใหม่
ตั้งแต่ต้น !! ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ DSI  ไม่สนใจใดๆ
ออกหมายเรียกหลวงพ่อ ในฐานะผู้ต้องหาเพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหา และ DSI
ก็ได้ขอหมายจับหลวงพ่อในที่สุด !! 

แล้วทำไม หลวงพ่อ ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ตอบว่า หลวงพ่อได้เข้ากระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ตั้งแต่คดี 146/2556 ซึ่ง
หลวงพ่อเป็นพยาน DSI ได้มาสืบพยานที่วัดและส่งสำนวนไปให้อัยการแล้ว
ทุกอย่างจบแล้ว แต่ DSI ไม่จบ กลับแยกเป็นคดีที่ 27/2559   แท้จริงแล้ว
คดี 27/2559 ผิดขั้นตอนกฎหมายตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังมีข้อสังเกตอีกหลายอย่าง คือ

1. คดีนี้เป็นเรื่องของสหกรณ์กับคุณศุภชัย หลวงพ่อไม่เกี่ยว หลวงพ่อรับบริจาค
     อย่างเปิดเผย ไม่มีทางที่จะรับของโจรและฟอกเงินได้

2.ศิษย์วัดเป็นที่เดียวที่เยียวยาเงินให้สหกรณ์ สหกรณ์สามารถจ่ายเงินคืนสมาชิก
  ครั้งแรกได้ ก็เพราะเงินจากศิษย์วัด แล้วการที่ DSI มาจ้องเล่นงานหลวงพ่อ 
  ถามว่าได้ประโยชน์อะไรกับสมาชิกสหกรณ์บ้าง

3. เงินที่มาถึงหลวงพ่อเป็นเงินเพียง 300 กว่าล้านเท่านั้น แต่เงินจากผู้รับเช็ครายอื่นๆ
    อีก กว่าหมื่นล้าน ทำไม DSI  ไม่ไปตาม

4. ทำไมก่อนหน้าที่จะออกหมายจับ DSI มีสิทธิ์มาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด มีสิทธิ์
    มาพิสูจน์ความจริงที่วัดว่าหลวงพ่อป่วยจริงหรือไม่ เหตุใด DSI จึงไม่ยอมมา

5.ทำไม DSI เร่งคดีหลวงพ่อเป็นพิเศษ ทั้งๆที่คดีสนับสนุนการกบฏ ขัดขวาง
    การเลือกตั้ง Shut Down กรุงเทพไม่เร่งรีบจัดการ

6. ทำไม DSI ให้นายมโน ซึ่งเป็นศัตรูกับวัดพระธรรมกายเป็นที่ปรึกษา  DSI
    อ้างเสมอว่าทำเพื่อสมาชิกสหกรณ์ แท้จริงแล้วสมาชิกสหกรณ์ได้ประโยชน์
    อันใดจากการกระทำของ DSI บ้าง ซ้ำร้ายยังสิ้นเปลืองงบประมาณประเทศ
   โดยใช่เหตุ



              วัดพระธรรมกายกำลังถูกรังแกด้วยความไม่เป็นธรรม ทำไม DSI  มุ่งจับกุม
       หลวงพ่อทั้งๆ ที่เรื่องอื่นๆ ในประเทศใหญ่โตกว่ามากไม่ยอมไปทำ 
หรือมีมือที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ?


จึงขอความเป็นธรรมจากสังคมให้แก่หลวงพ่อธัมมชโย และแก่วัดพระธรรมกายด้วยเถิด !!




วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สรุปเหตการณ์ว้ดพระธรรมกาย Time line

เดือนมีนาคม  2559
   






เดือนเมษายน 2559

       8 เมย. ออหมายเรียกครั้งที่ 2

       25 เมย.  DSI  ขอศาสออกหมายจับ ครั้งที่ 1 (ศาลยกคำร้อง)

     โดยมีรายละเอียดข่าวแต่ละช่วงวันคือ

   




 สถานการข่าว  ประจำสัปดาห์



เดือน พฤษภาคม  2559














เดือนมิถุนายน 2559














เดือนกรกฏาคม 2559















4 กค. 2559  
      นายอัยย์ เพ็ชรทอง เจ้าแจ้งความเอาผิด แจ้งความเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ละเลยตักเตือนพุทธอิสระ
      สภอ. กำแพงแสน 
      http://www.thairath.co.th/content/654591
วันเดียวกัน มโน  เลาหวานิช, ไพบูลย์  สนับสนุนรัฐใช้ ม.44 จัดการ
พระธัมมชโย

สรุป รวมเหตุการณ์คดีวัดพระธรรมกาย เดือน มิย.2559

27มิย.2559
   10:30น. พระพุทธะอิสระ เข้าแจ้งความ สน.คลองหลวง ปทุมธานี ดำเนินคดีกับคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย ทั้งหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ เรี่ยไรเอาเงินมาใช้หนี้สหกรรณ์
   13:30 ทนายดีเอสไอ   เข้าร้องกองปราบเอาผิด"โฆษกธรรมกาย" หมิ่นประมาท
    14:00 ทนายวัดพระธรรมกายพร้อมคณะศิษย์ เข้าร้องเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ฝ้องอาบัติ ปาราชิก พบพุทธะอิสระ ปะทะคารม เจ้าอาวาสไม่อยู่