วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ที่มาคดีวัดพระธรรมกาย

คดีวัดพระธรรมกาย เป็นมาอย่างไร ?







วันที่ 21 มิถุนายน 2556 DSI ได้ตั้งข้อหาคุณศุภชัย ร่วมกันยักยอกทรัพย์

มีมูลค่าความเสียหาย จำนวน 13,334.15 ล้านบาท  และ ได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 
146/2556 คดีพิเศษที่ 146/2556 ข้อหา กรณีสั่งจ่ายเช็ค เอาเงินออกจากสหกรณ์
และยักยอกทรัพย์

ผู้ต้องหา คือ คุณศุภชัย ศรีศุภอักษร
พยาน      คือ พระเทพญาณมหามุนี
ในคดีนี้ หลวงพ่อเป็น "พยาน"

                        13 พฤศจิกายน 2558 DSI ส่งสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติม
ในคดี 146/2556 ทั้งหมดไปให้อัยการ โดยมีพยานหลักฐานในคดีประกอบ
ด้วยเช็คจำนวน 878 ฉบับ ในจำนวนนี้เป็นเช็คที่เกี่ยวข้องกับพระเทพ
ญาณมหามุนี จำนวน10 ฉบับ  ยอดเงิน 387,160,000 บาท  โดย DSI เสนอ
ฟ้องหลวงพ่อเป็นผู้ต้องหาร่วมกับคุณศุภชัย !!!

                DSI ต้องการให้หลวงพ่อเป็นผู้ต้องหา แต่แล้วอัยการสั่งให้ฟ้องเฉพาะ
คุณศุภชัยกับผู้ต้องหาอื่น ไม่ได้สั่งฟ้องหลวงพ่อด้วย !สำหรับผู้ที่รับเช็คสหกรณ์ฯ
(รวมถึงหลวงพ่อ) อัยการมีคำสั่งว่า หาก DSI สามารถหาพยานหลักฐานมาเอาผิด
เพิ่มเติมได้  ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป   ซึ่งหมายถึงส่ง
พยานหลักฐานนั้นมาที่อัยการเพื่อให้อัยการพิจารณาต่อไป

สรุปว่า คดี 146/2556 หลวงพ่อเป็นพยาน 
และหากมีหลักฐานเพิ่มเติมให้ DSI นำส่งอัยการ นั่นคือ หลวงพ่อไม่เกี่ยว  !!!!



                      DSI  ตั้งคดีพิเศษที่ 27/2559  ข้อหา ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร
 ผู้ต้องห พระเทพญาณมหามุนีคุณศุภชัย ศรีศุภอักษรคุณศศิธร โชคประสิทธิ์ ฯ
และ  ผู้กล่าวโทษ คือ นายธรรมนูญ อัตโชติ สหกรณ์ไม่ติดใจคดีทั้งทางแพ่งและ
อาญาเหตุใด DSI จึงติดใจแทนสหกรณ์  เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณศุภชัยและสหกรณ์ 
หลวงพ่อไม่เกี่ยว และศิษย์วัดก็ได้เยียวยาเงินให้สหกรณ์ไปทั้งหมดแล้ว ศิษย์วัดเป็น
กลุ่มเดียวที่เยียวยาสหกรณ์ สหกรณ์สามารถคืนเงินก้อนแรกให้สมาชิกสหกรณ์ได้ก็
เพราะเงินจากศิษย์วัด

DSIออกแถลงข่าวเตรียมตั้งข้อกล่าวหาและออกหมายเรียกหลวงพ่อในฐานะผู้
ต้องหา 18 ก.พ. 2559 ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากหลวงพ่อ ได้ส่งหนังสือไป
สอบถามอัยการว่า DSI มีสิทธิ์ที่จะแยกเรื่องหลวงพ่อเป็นอีกคดีหนึ่งหรือไม่ ?



ในวันเดียวกัน อัยการตอบมาว่า ไม่สามารถแยกข้อหาเป็นอีกคดีหนึ่งได้ ทนายวัด
 จึงทำหนังสือชี้แจงคำตอบของอัยการไปแจ้งที่ DSI ว่า DSI ไม่มีสิทธิ์ตั้งคดีใหม่
ตั้งแต่ต้น !! ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ DSI  ไม่สนใจใดๆ
ออกหมายเรียกหลวงพ่อ ในฐานะผู้ต้องหาเพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหา และ DSI
ก็ได้ขอหมายจับหลวงพ่อในที่สุด !! 

แล้วทำไม หลวงพ่อ ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ตอบว่า หลวงพ่อได้เข้ากระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ตั้งแต่คดี 146/2556 ซึ่ง
หลวงพ่อเป็นพยาน DSI ได้มาสืบพยานที่วัดและส่งสำนวนไปให้อัยการแล้ว
ทุกอย่างจบแล้ว แต่ DSI ไม่จบ กลับแยกเป็นคดีที่ 27/2559   แท้จริงแล้ว
คดี 27/2559 ผิดขั้นตอนกฎหมายตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังมีข้อสังเกตอีกหลายอย่าง คือ

1. คดีนี้เป็นเรื่องของสหกรณ์กับคุณศุภชัย หลวงพ่อไม่เกี่ยว หลวงพ่อรับบริจาค
     อย่างเปิดเผย ไม่มีทางที่จะรับของโจรและฟอกเงินได้

2.ศิษย์วัดเป็นที่เดียวที่เยียวยาเงินให้สหกรณ์ สหกรณ์สามารถจ่ายเงินคืนสมาชิก
  ครั้งแรกได้ ก็เพราะเงินจากศิษย์วัด แล้วการที่ DSI มาจ้องเล่นงานหลวงพ่อ 
  ถามว่าได้ประโยชน์อะไรกับสมาชิกสหกรณ์บ้าง

3. เงินที่มาถึงหลวงพ่อเป็นเงินเพียง 300 กว่าล้านเท่านั้น แต่เงินจากผู้รับเช็ครายอื่นๆ
    อีก กว่าหมื่นล้าน ทำไม DSI  ไม่ไปตาม

4. ทำไมก่อนหน้าที่จะออกหมายจับ DSI มีสิทธิ์มาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด มีสิทธิ์
    มาพิสูจน์ความจริงที่วัดว่าหลวงพ่อป่วยจริงหรือไม่ เหตุใด DSI จึงไม่ยอมมา

5.ทำไม DSI เร่งคดีหลวงพ่อเป็นพิเศษ ทั้งๆที่คดีสนับสนุนการกบฏ ขัดขวาง
    การเลือกตั้ง Shut Down กรุงเทพไม่เร่งรีบจัดการ

6. ทำไม DSI ให้นายมโน ซึ่งเป็นศัตรูกับวัดพระธรรมกายเป็นที่ปรึกษา  DSI
    อ้างเสมอว่าทำเพื่อสมาชิกสหกรณ์ แท้จริงแล้วสมาชิกสหกรณ์ได้ประโยชน์
    อันใดจากการกระทำของ DSI บ้าง ซ้ำร้ายยังสิ้นเปลืองงบประมาณประเทศ
   โดยใช่เหตุ



              วัดพระธรรมกายกำลังถูกรังแกด้วยความไม่เป็นธรรม ทำไม DSI  มุ่งจับกุม
       หลวงพ่อทั้งๆ ที่เรื่องอื่นๆ ในประเทศใหญ่โตกว่ามากไม่ยอมไปทำ 
หรือมีมือที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ?


จึงขอความเป็นธรรมจากสังคมให้แก่หลวงพ่อธัมมชโย และแก่วัดพระธรรมกายด้วยเถิด !!




3 ความคิดเห็น:

  1. ขอความเป็นธรรมให้ผู้ประพฤติธรรมด้วยครับ

    ตอบลบ
  2. ขอความเป็นธรรมให้ผู้ประพฤติธรรมด้วยครับ

    ตอบลบ